พลิกโฉมปศุสัตว์ไทยสู่เวทีโลก ถอดรหัส "Land Bridge" และโมเดลร่วมทุนอัจฉริยะคาร์บอนต่ำ โดย นายชุมนุม ยงสืบชาติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาร์บอนโซลูชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด และที่ปรึกษายุทธศาสตร์ระบบสหกรณ์
- chumnum yongsuepchat

- May 18
- 2 min read

ในฐานะที่ปรึกษาของระบบสหกรณ์การเกษตร และผู้ขับเคลื่อนงานด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ผมขอแบ่งปันวิสัยทัศน์และโรดแมปการเดินทางครั้งใหม่นี้ ผ่านองค์ประกอบสำคัญ 3 ประการที่จะพลิกโฉมวงการปศุสัตว์ไทยไปตลอดกาล ได้แก่ ตลาดกลางปศุสัตว์คาร์บอนต่ำ, ระบบสืบย้อนกลับอัจฉริยะ (Blockchain Traceability) และโมเดลการร่วมทุนรูปแบบใหม่ (Joint Venture)
1. ปรับ Mindset จาก "คนเลี้ยงสัตว์" สู่ "ผู้ร่วมขับเคลื่อนห่วงโซ่คุณค่าโลก"
หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้เริ่มที่โครงสร้างพื้นฐานคอนกรีต แต่อยู่ที่ "Mindset ของบุคลากรและพี่น้องเกษตรกร" ระบบสหกรณ์แบบเดิมมักเน้นการผลิตเพื่อป้อนตลาดในประเทศและเผชิญกับความผันผวนของราคาหน้าฟาร์ม แต่เมื่อ Land Bridge เปิดประตูสู่ตะวันออกกลาง แอฟริกา และยุโรปใต้ สหกรณ์ต้องเปลี่ยนบทบาทตัวเองจาก "ผู้รวบรวมผลผลิต" สู่การเป็น "ผู้ร่วมประกอบการอัจฉริยะ (Co-Agripreneur)" เราต้องสร้างความเข้าใจร่วมกันว่า "คุณภาพ มาตรฐาน และสิ่งแวดล้อม" ไม่ใช่ภาระหรือต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่เป็นตั๋วเดินทางใบสำคัญ (Passport) ที่จะทำให้สินค้าปศุสัตว์ของเราผ่านด่านศุลกากรและครองใจผู้บริโภคในระดับสากลได้
2. ตลาดกลางปศุสัตว์ยุคใหม่ (Central Livestock Market) ณ เขตอุตสาหกรรม Land Bridge
การขออนุมัติจัดตั้ง "ตลาดกลางสินค้าปศุสัตว์" ภายใต้การนำของสหกรณ์การเกษตรในพื้นที่ยุทธศาสตร์ Land Bridge จะเป็นจุดสตาร์ทที่ทรงพลัง โดยตลาดกลางแห่งนี้จะทำหน้าที่เป็น "Intermodal Hub" ที่รวบรวม แปรรูป และกระจายสินค้าปศุสัตว์ครบวงจร
ต้นน้ำ (Smart & Green Farming) สหกรณ์สนับสนุนสมาชิกในการเลี้ยงสัตว์ด้วยเทคโนโลยีควบคุมอุณหภูมิและการให้อาหารอัจฉริยะ เพื่อลดอัตราการสูญเสียและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
กลางน้ำ (Value-Added Processing) โรงแปรรูปเนื้อสัตว์มาตรฐานสากลและระบบห้องเย็น (Cold Chain) ที่ทันสมัย ตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรมหลังท่าเรือ Land Bridge เพื่อเตรียมความพร้อมของสินค้าสำหรับการขนส่งระยะไกล
ปลายน้ำ (Global Logistics) เชื่อมโยงเข้ากับระบบรางและท่าเรือน้ำลึกโดยตรง ช่วยลดระยะเวลาการขนส่งจากฝั่งอ่าวไทยไปยังฝั่งอันดามัน และส่งออกต่อไปยังประเทศปลายทางอย่างไร้รอยต่อ
3. Blockchain Traceability & ปศุสัตว์คาร์บอนต่ำ: ด่านหน้าสู้กฎเกณฑ์การค้าโลก
ในเวทีการค้าระดับสากล ปัจจุบันผู้บริโภคไม่ได้ถามหาเพียงแค่ความอร่อยหรือราคาถูกอีกต่อไป แต่พวกเขาต้องการทราบว่า "เนื้อชิ้นนี้มาจากไหน เลี้ยงอย่างไร และสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเท่าไหร่"
นี่คือจุดที่ บริษัท คาร์บอนโซลูชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด เข้ามามีบทบาทสำคัญในการผสานเทคโนโลยีและองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน
🔗 ระบบบล็อกเชนสืบย้อนกลับ (Blockchain-enabled Traceability)
เราเตรียมนำระบบฐานข้อมูลแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Ledger) มาใช้เพื่อบันทึกข้อมูลทุกขั้นตอนในห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่แหล่งที่มาของอาหารสัตว์, ประวัติการฉีดวัคซีน, วันที่ชำแหละ, การควบคุมอุณหภูมิระหว่างขนส่ง ไปจนถึงปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) ข้อมูลทั้งหมดจะถูกบันทึกอย่างปลอดภัย ไม่สามารถแก้ไขย้อนหลังได้ และผู้บริโภคปลายทางสามารถสแกน QR Code บนบรรจุภัณฑ์เพื่อตรวจสอบได้ทันที สร้างความเชื่อมั่นสูงสุดในด้านสุขอนามัยและมาตรฐานฮาลาล (Halal) สำหรับตลาดตะวันออกกลาง
🍃 ปศุสัตว์สีเขียวที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ (Climate-Smart Livestock)
เรามุ่งมั่นที่จะช่วยระบบสหกรณ์วิจัยและพัฒนาการจัดการของเสียในฟาร์มปศุสัตว์ เช่น การเปลี่ยนมูลสัตว์เป็นพลังงานชีวภาพ (Biogas) การนำคาร์บอนเครดิตจากกิจกรรมการเกษตรมาหักล้างเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ "เนื้อสัตว์คาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Meat)" ป้องกันมาตรการกีดกันทางการค้าด้านสิ่งแวดล้อม เช่น CBAM ของยุโรป และสร้างมูลค่าเพิ่ม (Premium Price) ให้กับสินค้าสหกรณ์
4. ปลดล็อกข้อจำกัดด้วยโมเดล "บริษัทร่วมทุน (Joint Venture)"
แม้ว่าระบบสหกรณ์จะมีข้อดีที่ยากจะหาใครเทียบเคียงได้ เช่น สิทธิประโยชน์ด้านภาษีที่ได้รับการยกเว้นตามกฎหมาย และ ฐานความเชื่อมั่นและความผูกพันที่เหนียวแน่นในระดับชุมชน แต่สหกรณ์มักเผชิญข้อจำกัดเรื่องเทคโนโลยีแปรรูปขั้นสูงและช่องทางการตลาดต่างประเทศ
ทางออกที่ดีที่สุดที่ผมขอเสนอคือ "โมเดลบริษัทร่วมทุน (Joint Venture)" ระหว่างสหกรณ์การเกษตรและพันธมิตรเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญระดับสากล เพื่อบูรณาการพลังร่วม (Synergy) ของจุดเด่นจากทั้งสองฝ่ายเข้าด้วยกัน

โมเดลนี้จะดึงจุดเด่นของทั้งสองฝ่ายมาผสานกันอย่างเป็นรูปธรรม
สหกรณ์การเกษตร ทำหน้าที่ดูแลต้นน้ำ ควบคุมมาตรฐานการเลี้ยงสัตว์ ส่งมอบวัตถุดิบคุณภาพดีและปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอเข้าสู่โรงงานร่วมทุน
พันธมิตรเอกชน นำเทคโนโลยี นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ และเครือข่ายคู่ค้าต่างประเทศเข้ามาช่วยทำการตลาด พร้อมระบบการบริหารงานที่ยืดหยุ่นและรวดเร็ว
5. การส่งเสริมการลงทุนและสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI
เพื่อเร่งการเติบโตของบริษัทร่วมทุนและโครงการปศุสัตว์ในเขต Land Bridge คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้เตรียมมาตรการสนับสนุนและสิทธิประโยชน์ที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการ ดังนี้ครับ
ประเภทกิจการที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI | สิทธิประโยชน์หลักทางด้านภาษีและเครื่องจักร |
หมวด 1.1 กิจการเลี้ยงสัตว์หรือขยายพันธุ์สัตว์ (Smart Farming) | • ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 5 - 8 ปี (ตามเงื่อนไขเทคโนโลยีที่ใช้งาน) • ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์เทคโนโลยีอัจฉริยะ |
หมวด 1.10 กิจการฆ่าสัตว์ แปรรูป และถนอมอาหาร | • ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 8 ปี (เมื่อตั้งในเขตส่งเสริมพิเศษ) • สนับสนุนการยกระดับมาตรฐานความสะอาดและสิ่งแวดล้อมขั้นสูง |
หมวด 1.13 กิจการห้องเย็นและการขนส่งห้องเย็น (Cold Chain) | • ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 - 5 ปี • สนับสนุนเครื่องจักรลดคาร์บอนและเทคโนโลยีประหยัดพลังงานในโลจิสติกส์ |
การผนวกรวมข้อดีทางภาษีของสหกรณ์ เข้ากับการขอรับสิทธิประโยชน์ BOI ของบริษัทร่วมทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ Land Bridge จะสร้าง "Double Tax Benefit" ที่ทำให้การลงทุนครั้งนี้มีประสิทธิภาพและคืนทุนได้รวดเร็วที่สุดในภูมิภาคอาเซียน
บทสรุป ก้าวไปข้างหน้าเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน
"เมื่อพรมแดนโลจิสติกส์ถูกย่อให้สั้นลงด้วยโครงการ Land Bridge พรมแดนทางความคิดของพวกเราก็ต้องขยายออกไปอย่างไร้ขีดจำกัดเช่นกัน"
บริษัท คาร์บอนโซลูชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด ในฐานะเพื่อนคู่คิดของระบบสหกรณ์การเกษตร เราพร้อมที่จะเป็นสะพานเชื่อมโยงเทคโนโลยี การบริหารจัดการคาร์บอนต่ำ และการออกแบบโครงสร้างธุรกิจร่วมทุนนี้ เพื่อช่วยให้พี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ไทย ไม่เพียงแต่เลี้ยงชีพได้ แต่สามารถเติบโตเป็นผู้นำด้านอาหารปลอดภัยระดับโลกได้อย่างสง่างามและยั่งยืน
มาร่วมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับปศุสัตว์ไทยด้วยกันครับ!
สนใจปรึกษาโครงสร้างธุรกิจสหกรณ์และการจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์เพื่อการส่งออก ติดต่อเราได้ที่ บริษัท คาร์บอนโซลูชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด


Comments