จากละหานทราย สู่ผู้นำตลาดโลก วิสัยทัศน์ "ตลาดกำหนดอนาคต" ด้วยมาตรฐาน ECT Standart
- chumnum yongsuepchat

- May 27
- 1 min read

ในอดีต เกษตรกรไทยถูกผลักให้เดินตามเกมของตลาด หรือที่เรียกว่า "ตลาดนำการผลิต" คือการผลิตตามความต้องการของผู้อื่น แต่สำหรับ "สหกรณ์การเกษตร ศพก.แปลงใหญ่ละหานทราย จำกัด" ในยุควิกฤตสภาพภูมิอากาศ (Climate Crisis) เราขอประกาศจุดยืนใหม่สู่การเป็น "ผู้กำหนดอนาคต" (Market-Shaping & Carbon-Led Growth)
1. วิกฤตโลกร้อน ภัยคุกคามและโอกาสที่ต้องเปลี่ยนผ่าน
วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ภาคการเกษตรเป็นทั้งผู้ได้รับผลกระทบจากความแปรปรวนของดินฟ้าอากาศ และเป็นภาคส่วนที่ถูกจับตามองเรื่องการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
นโยบาย Net Zero ของประเทศไทย เพื่อให้สอดรับกับเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ. 2065 สหกรณ์ฯ จึงได้วางยุทธศาสตร์โดยใช้ ECT Standart (Environment, Carbon, Traceability) มาเป็นแกนกลาง
การปรับตัวของส่วนราชการ สหกรณ์ฯ พร้อมเป็นพื้นที่นำร่อง (Pilot Project) ให้ส่วนราชการเห็นว่าการผสานระหว่าง "เกษตรกรรมปศุสัตว์" กับ "การกักเก็บคาร์บอนในภาคเกษตร" คือทางรอดที่ยั่งยืนที่สุด
2. วิสัยทัศน์ ก้าวข้าม "ตลาดนำการผลิต" สู่ "ตลาดกำหนดอนาคต"
การสร้างโครงการตลาดกลางในครั้งนี้ เรามุ่งเน้นมุมมองการตลาด 3 ด้าน เพื่อสร้างความเข้มแข็งจากรากฐานวิสาหกิจชุมชน
เปลี่ยน "สินค้า" เป็น "เรื่องราว" (Storytelling) เราขาย "เนื้อสัตว์ที่ช่วยลดโลกร้อน" (Low Carbon Meat) โดยดึงศักยภาพสมาชิกผู้เลี้ยงโคพื้นเมือง ผสานกับโครงการกักเก็บคาร์บอนในสวนยางพารา ข้อมูลคาร์บอนเครดิตจะกลายเป็นแต้มต่อสำคัญที่ทำให้สินค้าของเราเป็นที่ต้องการในตลาดพรีเมียมระดับโลก
ใช้ Data-Driven ปรับสมดุลตลาด ตลาดกลางต้องไม่ใช่แค่สถานที่ซื้อขาย แต่เป็น "ศูนย์บริหารจัดการข้อมูล" เรานำ "แอปสหกรณ์สีขาว" มาปรับใช้ เพื่อเปลี่ยนจากการเลี้ยงแบบต่างคนต่างทำ มาสู่ระบบการจัดการที่แม่นยำ (Precision Agriculture) สหกรณ์จะทราบความต้องการล่วงหน้าของตลาด และสื่อสารกลับไปยังวิสาหกิจชุมชนเพื่อวางแผนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ
สร้างระบบนิเวศความเชื่อมั่น (Trust Ecosystem) เรานำเทคโนโลยี Blockchain มาบันทึกประวัติสัตว์ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ สร้างระบบตรวจสอบย้อนกลับที่โปร่งใส ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของมาตรฐานสากลอย่าง ECOCERT และ Bioagricert เพื่อลบข้อจำกัดและเพิ่มอำนาจต่อรองให้กับสมาชิก
3. พลังจากฐานราก สมาชิกวิสาหกิจชุมชน วัวพื้นเมือง คือหัวใจ
ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นไม่ได้หากขาด "เกษตรกรต้นน้ำ" สหกรณ์ฯ ให้ความสำคัญกับการรวมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและสมาชิกผู้เลี้ยงโคพื้นเมือง โดยการวางมาตรฐานการเลี้ยงที่เป็นเอกภาพ เพื่อให้ผลผลิตจากทุกฟาร์มสมาชิกได้รับการรับรองภายใต้แบรนด์ของสหกรณ์ฯ สิ่งนี้จะไม่ใช่แค่การขายเนื้อวัว แต่เป็นการขาย "ความยั่งยืนของชุมชน"
สุดท้ายนี้ "การสร้างโครงการตลาดกลางสินค้าเกษตรด้านปศุสัตว์" ในครั้งนี้ คือการสร้าง "อนาคต" ที่มั่นคงให้กับวิสาหกิจชุมชน วัวพื้นเมือง เราไม่ได้แค่ผลิตเพื่อตอบสนองตลาด แต่เรากำลังเป็นผู้กำหนดทิศทางของปศุสัตว์ยุคใหม่ ที่โลกต้องหันมามองด้วยความเชื่อมั่นและยอมรับในมาตรฐานของเรา
เราขอเชิญชวนทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้บริโภค มาร่วมสร้าง "ระบบนิเวศการเกษตร" ที่สอดรับกับนโยบาย Net Zero ของประเทศไทย ไปกับพวกเรา
"ร่วมสร้างอนาคตไปกับเรา เพื่อปศุสัตว์ที่ยั่งยืน เพื่อชุมชนที่เข้มแข็ง"
Carbonsolution (Thailand) WhatsApp +66 8 463 2816


Comments